10 พฤษภาคม 2562 9 อำเภอโคราชแล้งสาหัส ชลประทานยันน้ำพอใช้

ที่มา: https://www.naewna.com/local/412740

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดนครราชสีมาว่าจากข้อมูลสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมาพบว่า ขณะนี้จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำรวม 9อำเภอ 21 ตำบล 52 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอปากช่อง อำเภอพิมาย อำเภอสีคิ้ว อำเภอประทาย อำเภอขามสะแกแสง อำเภอหนองบุญมาก อำเภอสีดา และอำเภอโนนแดง ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครราชสีมาสั่งการให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้านที่ประสบภัย พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานงานไปยัง ปภ.ให้เร่งขุดบ่อบาดาลให้หมู่บ้านที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวด้วย

ชาวสูงเนิน 2 พันครัวแล้งสุด 12 ปี

ที่อ่างเก็บน้ำบ้านวังรางน้อย อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ขณะนี้มีสภาพแห้งขอด จนเกิดสันดอนดินและหญ้ารกทึบขึ้นเต็มพื้นที่ ไม่สามารถสูบน้ำผลิตประปาได้ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน 400 หลังคาเรือน ต้องขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค หน่วยงานท้องถิ่นต้องนำรถบรรทุกน้ำไปขอสูบน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค อำเภอสีคิ้ว ระยะทาง 40 กิโลเมตร เพื่อแจกจ่ายช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมะเกลือเก่า เผยว่าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ทั้ง 10 แห่ง มีสภาพแห้งขอด แทบไม่มีน้ำผลิตประปา ขณะนี้ชาวบ้าน 14 หมู่บ้านกว่า 2,000 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่รุนแรงสุดในรอบ 12 ปี ที่ผ่านมาแม้มีพายุฤดูร้อน เป็นเพียงพายุลม ไม่ค่อยมีฝน ต้องรอความหวังว่าจะมีฝนตกลงมาช่วยเติมน้ำในแหล่งน้ำ

ชลประทานยัน 5 เขื่อนน้ำพอใช้

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจ.นครราชสีมาทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำแชะ เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำปลายมาศว่า ล่าสุด ทั้ง 5 เขื่อนมีปริมาณน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 40 ของความจุเขื่อน เช่น เขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 176 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากความจุเขื่อน 314 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุเขื่อน และเขื่อนลำแชะ อำเภอครบุรี มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 110 ล้านลบ.ม.จากความจุเขื่อน 275 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40ของความจุเขื่อน ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยปริมาณน้ำภายในเขื่อนเพียงพอไว้ใช้อุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์แน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พื้นที่บางอำเภอของจังหวัดนครราชสีมาอาจต้องขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน สำหรับฝนที่ตกลงมาจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนช่วงนี้นั้น ยังไม่ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณน้ำภายในเขื่อนกักเก็บน้ำในพื้นที่มากนัก เนื่องจากปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกลงไปในพื้นที่ท้ายเขื่อน ทำให้ฝนที่ตกลงมาช่วงนี้ทำได้เพียงลดความแห้งแล้งของพื้นที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้มากขึ้น

พะเยาร้อนจัดลิ้นจี่น้อยราคาตก

เช่นเดียวกับที่จังหวัดพะเยา อากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบทำให้ลิ้นจี่ของเกษตรกรในอำเภอแม่ใจเสียหาย ผลลิ้นจี่มีขนาดเล็กลง สภาพแตกและผิวมีรอยช้ำไหม้เป็นจำนวนมาก แถมยังได้ผลผลิตลดลงกว่าร้อยละ 40 ราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 8 บาท ขณะที่ลิ้นจี่ที่คัดคุณภาพได้ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ต่างจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วจะมีราคามากกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรจังหวัดพะเยาเปิดเผยว่า ในจังหวัดพะเยามีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ 14,000 ไร่ คาดการณ์จะได้ผลผลิตประมาณ 7,000 ตัน แต่ปีนี้สภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ผลผลิตลดลงเหลือเพียง 4,000 กว่าตัน ซึ่งทางเกษตรจังหวัดพยายามส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กระบวนการผลิตแบบเกษตรแปลงใหญ่ที่ควบคุมคุณภาพได้ และลดปัญหาความเสียหายดังกล่าว

2 อำเภอ จังหวัดสงขลาโอดหนักสุดรอบ40ปี

ส่วนที่อำเภอสิงหนคร และอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา น้ำในคลองอาทิตย์ คลองหลักที่ส่งน้ำให้ชาวบ้านแห้งขอด จนเห็นพื้นดิน และสามารถลงไปเดินได้ มีหญ้าขึ้นปกคลุม สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ที่เคยได้ใช้น้ำจากคลองอาทิตย์ดูแลพืชผลการเกษตร ทำให้พืชผลส่วนใหญ่เสียหาย บางส่วนยืนต้นตาย ชาวบ้านบอกว่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ที่คลองอาทิตย์แห้งขอดแบบนี้

วาตภัยถล่ม 22 จังหวัด บ้านพัง 2 พันหลัง

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงใน 22 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ ลพบุรี นครสวรรค์ หนองคาย นครราชสีมา หนองบัวลำภู ร้อยเอ็ด อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี ขอนแก่น สุรินทร์ สระแก้ว ชัยนาท กาญจนบุรี แพร่ สกลนคร อุดรธานี และน่าน รวม 51 อำเภอ 97 ตำบล 254 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2,285 หลัง ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง